• เกร็ดความรู้
  • เลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ยังไง ไม่ให้พลาด ปี 2569 (Checklist สำหรับธุรกิจ B2B)

เลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ยังไง ไม่ให้พลาด ปี 2569 (Checklist สำหรับธุรกิจ B2B)

ปัจจุบันการเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ ไม่ใช่โฟกัสแค่เรื่องราคาอีกต่อไป แต่คือการเลือกพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่จะส่งผลต่อคุณภาพสินค้า ภาพลักษณ์แบรนด์ และความสามารถในการแข่งขัน เพื่อช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน ทำให้การมองหาโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ จำเป็นต้อง checklist โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ก่อนตัดสินใจร่วมงานเช่น มีใบรับรองมาตรฐาน ที่ตั้งโรงงานชัดเจน ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น เพื่อโอกาสที่ดีอย่างยั่งยืน

ทำไมการเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์มีความสำคัญ

ความสำคัญที่ทำให้เจ้าของแบรนด์จำเป็นต้องวางแผนพิจารณาโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก เพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ คือการชิงความได้เปรียบทางการตลาด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเช็กข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับโรงงานผู้ผลิตขวดพลาสติกที่ต้องการร่วมงานอย่างละเอียด โดยมีเหตุผลหลักน่าสนใจดังนี้

ต้นทุนและคุณภาพของสินค้าคุ้มค่า

โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ได้การรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานต่าง ๆ เพิ่มความเชื่อมั่นด้านคุณภาพของบรรจุภัณฑ์มีความสม่ำเสมอ และตรงตามความต้องการของเจ้าของแบรนด์ รวมถึงคุณภาพสินค้าที่ได้คุ้มค่าต่อการสั่งผลิตในแต่ละครั้ง นอกจากนั้นหากเป็นโรงงาน OEM บรรจุภัณฑ์ที่สามารถผลิตบรรจุภัณฑ์ได้หลากหลายแบบ รองรับอุตสาหกรรมที่หลากหลายได้ ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ดีต่อการวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาดสูงขึ้น

มาตรฐานความปลอดภัย

การเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเข้มงวด เช่น ม.อ.ก., ใบรับรองตามข้อกำหนดฉบับที่ 435, Food Grade, GHP และ HACCP เป็นต้น ลดความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงจากการใช้งาน เมื่อนำบรรจุภัณฑ์มาใช้เป็นแพ็คเกจจิ้ง

ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์

การเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานที่กำหนดจากฝ่ายกฎหมายหรือมาตรการต่าง ๆ ในระดับสากลที่มีชื่อเสียง และได้รับการการันตีจากผู้ใช้จริง สามารถเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการขยายตลาดในอนาคต และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อลูกค้าจนเกิดความภักดีต่อแบรนด์ระยะยาว

ความยั่งยืนของแบรนด์ระยะยาว

โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ได้มาตรฐานเป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนร่วม ในการใช้วัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เช็กลิสต์โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกก่อนจ้างงาน

เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้อย่างยั่งยืน เจ้าของแบรนด์จำเป็นต้องเช็กข้อมูลโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และตอบโจทย์ความต้องการต่อธุรกิจมากที่สุด ซึ่งปัจจุบันเจ้าของแบรนด์เลือกตรวจสอบข้อมูลของโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์มากขึ้น โดยสามารถ checklist โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์จากข้อมูลดังต่อไปนี้

ข้อที่ 1. มาตรฐานการผลิตและการควบคุมคุณภาพ

โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกรวมถึงบรรจุภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ จะต้องมีมาตรฐานรองรับทุกกระบวนการผลิตจากหน่วยงานต่าง ๆ อย่างชัดเจน เพื่อยืนยันว่าโรงงานดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ข้อบังคับ และข้อกำหนด เพราะมาตรฐานการผลิตและการควบคุมคุณภาพบรรจุภัณฑ์เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของสินค้า รวมถึงความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม โดยมีมาตรฐานที่ควรตรวจสอบดังนี้

ระบบมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice)

ใบรับรองว่าโรงงานมีระบบการผลิตที่ดี ถูกสุขลักษณะ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งเป็นระบบมาตรฐานที่สำคัญมากในสินค้าประเภทอาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริมและยา

ระบบมาตรฐาน HACCP (Hazard Analysis Critical Control Points)

ระบบการจัดการที่จัดการเรื่องความปลอดภัยของอาหารผ่านการวิเคราะห์และการควบคุมอันตรายทางชีวภาพ เคมี และกายภาพ ตั้งแต่การผลิตวัตถุดิบ การจัดหา และการจัดการ ไปจนถึงการผลิต การจำหน่าย และการบริโภคผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป

ISO 9001:2015 by SGS

มาตรฐานการรับรองระบบการจัดการคุณภาพด้านการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การควบคุมผลิตภัณฑ์และการให้บริการ เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เพื่อทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จากโรงงาน OEM บรรจุภัณฑ์มีคุณภาพอย่างสม่ำเสมอ

Food Grade Certification

มาตรฐานการรับรองว่าผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้สำหรับบรรจุอาหาร เครื่องดื่มและยาได้ โดยไม่ส่งผลกระทบหรือมีผลเสียต่อร่างกายในการอุปโภคและบริโภค หรือทำให้เสียรสชาติ

UN Standard: สำหรับบรรจุสารเคมี/อันตราย

มาตรฐานความปลอดภัยจากสหประชาชาติสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการขนส่งทางบก ทางเรือและทางอากาศ

มอก. (TISI)

มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไทยที่กำหนดโดย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าที่เหมาะสม โดยแบ่งเป็นมาตรฐานบังคับ และมาตรฐานทั่วไป โดยจัดทำเป็น เอกสารมาตรฐานและประกาศใช้อย่างเป็นทางการ เช่น ม.อ.ก.655

ข้อที่ 2.กำลังการผลิต (Production Capacity)

ตรวจสอบขีดจำกัดในกำลังผลิตของโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก สามารถรองรับการผลิตในแต่ละครั้งตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของแบรนด์ เพราะหากโรงงานเล็กเกินไปหรือมีกำลังผลิตไม่เพียงพอ เท่ากับเพิ่มความเสี่ยงต่อเจ้าของแบรนด์ในส่วนของส่งของไม่ทันและเสียโอกาสในการขาย ดังนั้นสิ่งที่ต้องตรวจสอบคือ

  • ผลิตได้กี่ชิ้นต่อเดือน
  • มีสต็อคสินค้าที่เพียงพอ
  • มีกำลังผลิตรองรับในช่วงที่สินค้าได้รับความนิยมสูงสุดได้หรือไม่
  • มีเครื่องจักรที่ได้คุณภาพ ได้มาตรฐานและมีจำนวนไลน์ผลิตเท่าไหร่

ข้อที่ 3.ความน่าเชื่อถือ (Credibility & Experience)

ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ด้วยการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็น เนื่องจากเป็นตัวชี้วัดความน่าเชื่อถือดังนี้

  • รีวิวหรือ Feedback จากผู้เคยร่วมงานกับโรงงานรับผลิตบรรจุภัณฑ์
  • โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์มีประวัติร่วมงานกับแบรนด์ใหญ่หรือแบรนด์ที่มีชื่อเสียง
  • มีกรณีศึกษาหรือกรณีอ้างอิงที่สร้างความมั่นใจว่าโรงงานไว้ใจได้ถึงความสามารถในการผลิต
  • มีประสบการณ์รับผลิตบรรจุภัณฑ์นานกี่ปี  อย่างเช่น บริษัท แสงรุ่งกรุ๊ป จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ผลิตบรรจุภัณฑ์มานานกว่า 50 ปี ทำให้สามารถไว้วางใจได้

ข้อที่ 4.ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุ (Material Expertise)

ความเชี่ยวชาญด้านวัสดุที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบขั้นต้นในการทำขวด แกลลอน หรือกระปุกยา โดยไม่ได้มองว่าบรรจุภัณฑ์เป็นแค่ขวด แกลลอน หรือแพ็คเกจจิ้งสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่คือวิทยาศาสตร์ของวัสดุ โดยสามารถแนะนำวัสดุแต่ละประเภทว่าควรใช้กับผลิตภัณฑ์ประเภทใด เพื่อให้สินค้าคงคุณภาพได้นาน และทำให้แบรนด์มีโอกาสเติบโตได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากพลาสติกโดยเฉพาะ ขวด PET HDPE PP ต่างกัน เช่น

  • พลาสติก PET : ใช้สำหรับบรรจุอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริมหรือยา และเครื่องสำอาง
  • พลาสติก HDPE: ใช้สำหรับบรรจุนม น้ำยาเคมี ผลิตภัณฑ์เกษตร
  • พลาสติก PP : ใช้สำหรับเป็นภาชนะบรรจุอาหารเข้าไมโครเวฟ หลอดกาแฟ ฝาขวด เครื่องดื่ม บรรจุภัณฑ์ยา และใบสังเคราะห์สำหรับเสื้อผ้า

ข้อที่ 5.ความสามารถด้าน Branding & Design

หากเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์มีบริการแบบ One Stop Service โดยรองรับ OEM (Original Equipment Manufacturer) ซึ่งเป็นการรับผลิตตามแบบ สเปค หรือสูตรที่ลูกค้ากำหนด เพื่อสื่อถึงแบรนด์ได้อัตโนมัติ และสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับแพ็คเกจจิ้งเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่จดจำของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เนื่องจากบรรจุภัณฑ์แกลลอน กระปุกยา และขวด HDPE ขวด PET HDPE PP ต่างกัน มีความแตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องสร้างการตลาดให้แบรนด์น่าสนใจ เพิมโอกาสทางการตลาดของแบรนด์มีสูงขึ้นภายใต้ความคุ้มค่า ภายในระยะเวลาที่กำหนด ขวด PET HDPE PP ต่างกัน

ข้อที่ 6.ระบบโลจิสติกส์และการจัดส่ง

ก่อนตัดสินใจร่วมงานกับโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร ยา อาหารเสริม และโรงงานบรรจุภัณฑ์สารเคมีควรตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ ดังนี้

  • มีบริการส่งสินค้าไปต่างจังหวัด หรือมีบริการส่งออกไปต่างประเทศหรือไม่
  • มีระบบการขนส่งที่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยของสินค้าตามข้อกำหนด UN Standard หรือไม่
  • มีระยะเวลารอสินค้า (Lead Time) ยาวนานแค่ไหน โดยนับตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนถึงได้รับสินค้า
  • มีรถส่งสินค้าเองหรือไม่ หากมีรถส่งสินค้าเองส่งผลดีต่อเจ้าของแบรนด์ โดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในด้านการขนส่ง

ข้อที่ 7.ราคาคุ้มค่า

เจ้าของแบรนด์จำเป็นต้องพิจารณาโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ยา และ โรงงานบรรจุภัณฑ์อาหารที่มีราคาคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งจะต้องพิจารณาจากข้อมูลดังนี้

  • คุณภาพบรรจุภัณฑ์ที่ได้มีราคาต่อหน่วยสมเหตุสมผล ไม่สูงเกินไป
  • ความเสถียรของสินค้าที่ได้รับจากโรงงานมีคุณภาพสม่ำเสมอ และมีความคุ้มค่าระยะยาว
  • ชิ้นงานที่ไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพที่ตีเป็นของเสีย (Defect Rate) มีเปอร์เซ็นต์สูงแค่ไหน

ข้อที่ 8.ระบบควบคุมคุณภาพ (QC/QA)

โรงงานบรรจุภัณฑ์อาหารมีระบบควบคุมคุณภาพสินค้าได้มาตรฐานตามข้อกำหนด กฎระเบียบ หรือตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกกระบวนการผลิต เพื่อป้องกันการปนเปื้อน ลดความผิดพลาด และรักษามาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ โดยมีความสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม ยา อาหารเสริม หรือสารเคมีทุกประเภท ซึ่งเจ้าของแบรนด์ต้องตรวจสอบข้อมูลดังนี้

  • มีการตรวจสอบสินค้าทุกรอบการผลิต (Inspection) ทุกรอบการผลิต
  • มี COA (Certificate of Analysis) คือ เอกสารรับรองผลการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยสินค้าทุกรอบการผลิต
  • มีระบบ Traceability คือกระบวนการสอบย้อนกลับได้ตั้งแต่ที่มาของวัสดุที่ใช้ กระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงกระบวนการจัดส่งหรือจัดจำหน่าย

 ข้อที่ 9.ความยืดหยุ่นในการทำงาน (Flexibility)

การตัดสินใจเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ของเจ้าของแบรนด์ในตลาดยุคใหม่ ไม่ควรมองข้ามข้อมูลในด้านความยืดหยุ่นการทำงานของโรงงานที่รับผลิต เนื่องจากโรงงานที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดคือตัวเลือกที่ตอบโจทย์เจ้าของธุรกิจในปัจจุบันสูงกว่า อย่างไรก็ตามควรสอบถามจากโรงงานรับผลิตถึงรายละเอียดดังนี้

  • ปริมาณการสั่งซื้อขั้นต่ำ หรือ Minimum Order Quantity (MOQ)
  • โรงงานมีรูปแบบการปรับแต่ง ปรับเปลี่ยน รูปแบบ จำนวน สี และขนาดได้มากน้อยแค่ไหน และต้องใช้ความเร็วเท่าไหร่

ข้อที่ 10. มองเป็นพาร์ทเนอร์ ไม่ใช่แค่ซัพพลายเออร์ (Supplier)

การตัดสินใจเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถยกระดับเป็นพันธมิตรทางธุรกิจได้ เพื่อสร้างความสำเร็จระยะยาว โดยสามารถเป็นทั้งที่ปรึกษา มีแนวทางช่วยลดต้นทุนในการผลิต รวมถึงสามารถให้คำแนะนำแนวโน้มทางการตลาด เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นทางเลือกที่เจ้าของแบรนด์ไม่ควรมองข้าม เช่น บริษัท แสงรุ่งกรุ๊ป จำกัด ที่มีประสบการณ์ทั้งในการด้านให้คำแนะนำ ที่ปรึกษาต่อแบรนด์ชั้นนำมานานกว่า 50 ปี

ปัญหาที่อาจพบได้หากไม่เช็กโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกให้ดี

ปัญหาที่ผู้ประกอบการหรือเจ้าของแบรนด์มีโอกาสพบเจอได้ หากไม่ได้ตรวจสอบโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างละเอียดคือ

  1. การส่งสินค้าล่าช้า ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ
  2. มีต้นทุนสูง ทำให้ต้องตั้งราคาผลิตภัณฑ์สูงตาม
  3. โรงงานไม่มีความยืดหยุ่น ทำให้ได้สินค้าไม่ตรงความต้องการ
  4. การบริการไม่ดี ล่าช้า ไม่มีการรับประกัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
  5. สินค้าไม่ได้คุณภาพ ไม่ตรงสเปคตามความต้องการของเจ้าของธุรกิจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คำถามที่พบบ่อยสำหรับเจ้าของธุรกิจที่กำลังมองหาโรงงานผลิตอาหารและ ยา อาหารเสริม และโรงงานบรรจุภัณฑ์สารเคมี เช่น บริษัท แสงรุ่งกรุ๊ป จำกัด ซึ่งมีคำถามน่าสนใจดังนี้

Q: ควรเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์จากอะไร

A: รีวิวจากแบรนด์ที่เคยใช้บริการ รวมถึงใบรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ที่ปรากฏอย่างชัดเจน

Q: โรงงานมีความยืดหยุ่น (Flexibility) ในด้านไหนบ้าง

A: โรงงานมีความยืดหยุ่นทั้งในด้านจำนวนที่สั่งผลิต และการสั่งผลิตตามความต้องการของเจ้าของแบรนด์

Q: โรงงานได้มาตรฐานอะไรบ้าง

A: เจ้าของแบรนด์ไม่ควรมองข้ามมาตรฐานที่สำคัญ นั่นก็คือ ISO 9001:2015, FoodGrade. HACCP, GHP, UN Standard

Q: โรงงานให้บริการแบบไหน

A: โรงงานให้บริการแบบ One Stop Service และสามารถผลิตบรรจุภัณฑ์ได้หลายหลายประเภท รองรับอุตสาหกรรมที่หลากหลายได้จริง

สรุป: เลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ดีช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืน

สิ่งที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้ามในการตัดสินใจเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก คือ การมองหาตัวเลือกที่ดีที่สุด ตอบโจทย์ความต้องการ และควรตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด ทั้งในรับรองมาตรฐานต่าง ๆ ที่ตั้งโรงงานผู้ผลิตขวดพลาสติก การบริการทั้งก่อนและหลังการขาย เช่น บริษัท แสงรุ่งกรุ๊ป จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการผลิตบรรจุภัณฑ์มานานกว่า 50 ปี พร้อมมาตรฐาน GMP HACCP ISO และอื่น ๆ รวมถึงบริการแบบครบวงจร ที่สามารถทำให้คำแนะนำ ออกแบบบรรจุภัณฑ์และพร้อมสร้างแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กลับไป
LINE
EMAIL
TEL
FACEBOOK
error: Content is protected !!