• เกร็ดความรู้
  • ทำไมบรรจุภัณฑ์พลาสติกบางชนิดต้องมีความหนาไม่เท่ากัน? รู้จัก Thickness Distribution กับความแข็งแรงที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม

ทำไมบรรจุภัณฑ์พลาสติกบางชนิดต้องมีความหนาไม่เท่ากัน? รู้จัก Thickness Distribution กับความแข็งแรงที่ออกแบบมาอย่างเหมาะสม

รู้หรือไม่! ทำไมบรรจุภัณฑ์ของแบรนด์ต่าง ๆ มีความหนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกไม่เท่ากันทุกจุด หรือจริง ๆ แล้วเป็นลูกเล่นของแบรนด์ เพื่อสื่อถึงผลิตภัณฑ์ภายใน หรือต้องการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ ต่อกลุ่มลูกค้าในการหยิบจับหรือเปล่า? อย่างเช่นขวดน้ำดื่มมีการออกแบบขวดพลาสติกให้ช่วงตรงกลางมีส่วนเว้าโค้งและบางกว่าก้นหรือปากขวด คำตอบคือเป็นความตั้งใจในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ด้วยหลักแนวคิด Thickness Distribution เพื่อให้ได้บรรจุภัณฑ์ที่ดี แข็งแรง ตอบโจทย์ รวมถึงช่วยประหยัดต้นทุน ทั้งนี้มารู้จักกับ Thickness Distribution กับกลไกการออกแบบความหนาช่วยสร้างบรรจุภัณฑ์ที่คุ้มค่าไปพร้อมกัน

ความหนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีความสำคัญอย่างไร

ความหนาขวดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ เป็นปัจจัยสำคัญต่อการออกแบบขวดพลาสติกและผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งไม่ได้เพียงแค่เน้นความแข็งแรงของขวดพลาสติก ในการปกป้อง การรับน้ำหนัก และตามกฎหมายหรือข้อกำหนดต่าง ๆ เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ภายใน การให้ความสำคัญต่อประสบการณ์ในการใช้งานของผู้บริโภค และการใส่ใจต่อความยั่งยืนของแบรนด์ นอกจากนั้นหากมีการออกแบบให้บรรจุภัณฑ์มีความหนาอย่างเหมาะสม ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้ผลิตในเรื่องของต้นทุนการผลิต การเก็บรักษา รวมถึง Material Distribution การขนส่งโดยตรง  โดยมีจุดสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ต้องให้ความสำคัญและทำความเข้าใจ 3 ส่วนดังนี้

จุดที่ต้องเน้นความหนาเป็นพิเศษ

จุดที่ต้องเน้นความหนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นพิเศษเป็นหัวใจหลักของโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพในการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยการออกแบบจะคำนวณให้ถูกต้องตามหลักสรีระขวดพลาสติกหนา เพื่อป้องกันบรรจุภัณฑ์เสียรูปทรง ฉีกขาด หรือรั่วซึม และทนต่อแรงดันอากาศในกรณีที่เป็นสินค้าที่มีส่วนผสมของก๊าซ โดยส่วนที่ต้องเน้นความหนาเป็นพิเศษมีดังนี้

1. คอขวด (Neck)

คอขวดเป็นส่วนที่แคบที่สุดของขวด ซึ่งจะมีขนาดเล็กกว่าเส้นรอบวงของตัวขวดพลาสติกหนา โดยเป็นจุดที่เชื่อมต่อกับฝาปิดเพื่อซีลปิดให้สนิท การออกแบบให้มีความพอดี และเน้นความหนาของขวดพลาสติกเป็นพิเศษ เพื่อให้การทำหน้าที่ของคอขวดเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด เนื่องจากคอขวดมีหน้าที่สำคัญดังนี้

  • เพื่อรองรับขั้นตอนการบรรจุผลิตภัณฑ์ลงขวดให้ดีขึ้น
  • โรงงานผลิตขวดพลาสติกออกแบบคอขวดเพื่อให้ช่วยการจับมีความแข็งแรง และควบคุมการไหลของเหลวให้เทออกได้ง่าย

2. ปากขวดและเกลียว (Neck Finish)

ในการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติประเภทขวด ปากขวดและเกลียวเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโครงสร้าง โดยจะต้องมีความหนาขวดพลาสติกบางเป็นพิเศษเช่นเดียวกับคอขวด เนื่องจากเป็นจุดที่สัมผัสหลักในการใช้งานของผู้บริโภค และขั้นตอนการบรรจุผลิตภัณฑ์ลงในขวด ส่งผลให้ผู้ผลิตต้องออกแบบโครงสร้างมีความแข็งแรงมากพอ โดยหน้าที่หลักของปากขวดและเกลียวมีดังนี้

  • ช่วยให้การเปิด-ปิดขวดไม่ทำให้ขวดเสียรูปทรง
  • ช่วยป้องกันการรั่วซึมหรือการซึมของอากาศจากภายนอกสู่ภายในขวดผลิตภัณฑ์
  • รองรับแรงกดและแรงบิดในกระบวนการผลิต เช่นการบรรจุอัตโนมัติ หรือแรงบิดจากการขันฝา โดยไม่เสียทรง บิดเบี้ยว หรือแตกหัก
  • รองรับการใช้งานซ้ำของผู้บริโภคหลาย ๆ ครั้งของผู้บริโภคตลอดช่วงการบริโภค โดยป้องกันไม่ให้เกลียวปิดตัว หวาน หรือบิ่นเสียหาย
  1. ก้นขวดและฐานขวด (Base & Bottom)

ก้นขวดและฐานขวดถือว่าเป็นโครงสร้างสำคัญที่สุด โดยจำเป็นต้องออกแบบให้มีความหนาขวดพลาสติกหรือขวดจากวัสดุอื่น ๆ เพียงพอต่อการรับน้ำหนักและความดันจากก๊าซของผลิตภัณฑ์ภายในทั้งหมดได้ รวมถึงต้องรับแรงกระแทกจากภายนอก ดังนั้นจึงต้องออกแบบให้เกิดความสมดุล โดยผลิตภัณฑ์ต้องอยู่ในพื้นที่คงรูปตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงมือของผู้บริโภค ซึ่งหน้าที่ของก้นขวดและฐานขวดคือ

  • แบกรับน้ำหนักและซับแรงกระแทกระหว่างการจัดเรียงหรือเกิดการเรียงซ้อนเพื่อป้องกันการปริ รั่วซึม และแตกเสียหาย
  • ต้านทานแรงดันจากภายในสำหรับขวดพลาสติกบางบรรจุเครื่องดื่มอัดก๊าซ หรือสินค้าที่มีก๊าซภายใน ฐานขวดจึงต้องช่วยกระจายแรงดันไม่ให้ขวดเกิดการพองตัวจนตั้งขวดไม่ได้
  • สร้างความเสถียรในการตั้งหรือวางขวด เพื่อกระจายน้ำหนักหรือทำหน้าที่ถ่วงศูนย์ให้ต่ำ เพิ่มความมั่นคงในการตั้งวาง โดยไม่ล้มเอียงในระหว่างการจัดเก็บ Material Distribution และการขนส่ง

จุดที่ต้องเพิ่มความยืดหยุ่น

การออกแบบบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทขวด นอกจากจะต้องให้ความสำคัญส่วนที่ต้องมีความหนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นพิเศษแล้ว ยังต้องออกแบบให้ขวดมีความยืดหยุ่นควบคู่กัน เพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม และการดูดซับแรงกระแทก โดยส่วนที่จะต้องมีความยืดหยุ่นคือ

1.ส่วนของตัวขวด (Body)

Wall Thickness มีความยืดหยุ่นเพียงพอให้มีแรงบีบ ที่ส่งผลให้ขวดบุ๋มลงไปและดันของขวดออกมาได้ง่าย และสามารถคืนรูปทรงเดิมได้ โดยไม่เกิดรอยพับหรือรอยบิด  

2. ลอนและร่องเว้า (Grip/Ribs)

การออกแบบให้ลอน ร่องเว้า หรือรอยพับที่ดีจะต้องเน้นความหนาขวดพลาสติกให้พอดี รองรับการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่นต่อการพับ การยุบตัว และการดีดตัวกลับมาให้คงเดิม โดยขวดไม่เสียทรงถาวร

ทำไมความหนาถึงไม่เท่ากันทุกจุด  

การออกแบบโครงสร้างให้ความหนาขวดพลาสติกหรือขวดแก้วแต่ละส่วนมีปริมาตรไม่เท่ากัน เป็นการออกแบบและควบคุมการไหลหรือการขยายตัวของวัสดุ โดยใช้หลักการยืดตัวของวัสดุในแม่พิมพ์ เพื่อให้ได้ขวดที่มีความแข็งแรงสูงสุด ทั้งในส่วนที่ต้องรับแรงกระแทกในบางตำแหน่ง โดยมีสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความหนาไม่เท่ากันดังนี้

กระบวนการขึ้นรูป

ในกระบวนการเป่าขึ้นรูปหรือ Blow Molding เพื่อผลิตขวดพลาสติกหรือแก้วเน้นวัสดุที่หลอมเหลวจะถูกยึดออกด้วยแรงลบ เมื่อเนื้อพลาสติกหรือแก้วถูกยืดไปสัมผัสกับผนังแม่พิมพ์ จุดที่ยืดออกไกลหรือยืดเร็ว จะมีความบางลงกว่าจุดที่เคลื่อนที่น้อย

การออกแบบเชิงวิศวกรรมและการรับแรง

อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ความหนาของขวด HDPE Bottle แต่ละจุดไม่เท่ากันมาจากการออกแบบ เพื่อรองรับการใช้งานของขวด โดยมีเป้าหมายหลักคือ

  • เพื่อให้ขวดมีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักของผลิตภัณฑ์ภายในขวด รับแรงกระแทกและแรงอัดอากาศ
  • ป้องกันการแตกหักในระหว่างการจัดเรียงเพื่อการจัดเก็บและการขนส่ง ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนถึงมือของผู้บริโภค

การควบคุมอุณหภูมิของแม่พิมพ์ที่ไม่สม่ำเสมอ

การปล่อยให้อุณหภูมิของแม่พิมพ์หรือตัววัตถุดิบที่ใช้ขึ้นรูปบรรจุภัณฑ์  HDPE Blow Molding แต่ละจุดไม่เท่ากัน จะทำให้ได้ความหนาของบรรจุภัณฑ์ไม่เท่ากัน โดยจุดที่มีอุณหภูมิสูงกว่าจะมีความหนืดต่ำและขยายตัวหรือถูกเป่าให้บางได้ง่าย สวนจุดที่ที่มีอุณหภูมิต่ำจะมีคุณสมบัติเย็นตัวเร็วทำให้มีพื้นที่หนากว่า

การออกแบบแม่พิมพ์และการสึกหรอ

การออกแบบแม่พิมพ์ HDPE Bottle ให้มีความหนาของบรรจุภัณฑ์พลาสติกไม่สม่ำเสมอ หรืออาจจะเกิดจากแม่พิมพ์มีการสึกหรอ จนเกิดการหลอมละลายของตัววัตถุดิบไม่เท่ากัน โดยหากแม่พิมพ์โรงงานผลิตขวดพลาสติกเกิดความเสียหาย อาจทำให้พลาสติกหรือแก้วเกิดการยุบตัว ไม่สมส่วน จนเกิดขวดมีความหนาไม่เท่ากันได้

แนวคิด Thickness Distribution คืออะไร?

หลักสำคัญของแนวคิด Thickness Distribution หรือการกระจายความหนา มีความเกี่ยวข้องกับการออกแบบ Quality Control ขวดพลาสติก และผลิตบรรจุภัณฑ์โดยตรง เพื่อให้ได้ขนาดบรรจุภัณฑ์ที่มีความหนา รูปทรงที่เหมาะสม มีมาตรฐาน Material Optimization และตอบโจทย์ความคุ้มค่าในการใช้งานจริงในด้านวิศวกรรมการออกแบบ โดยกำหนดให้ความหนาของผนัง หรือ Wall Thickness วัสดุในแต่ละจุดไม่เท่ากัน ภายใต้การจัดสรรอย่างเป็นระบบตามหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ และการยืดตัวของวัสดุในระหว่างขึ้นรูป ซึ่งมีหลักการดังนี้

1. การทำหน้าที่ของแต่ละจุดแตกต่างกัน

แต่ละส่วนของบรรจุภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นบริเวณก้น ภาชนะ ตัวบรรจุภัณฑ์ คอขวด หรือบริเวณปากบรรจุภัณฑ์ สามารถรับแรงไม่เท่ากัน จึงต้องออกแบบกระจายความหนาของขวดให้เหมาะสม ในการทำหน้าที่รับแรงกระแทก เพื่อปกป้องสินค้าและคงคุณภาพสินค้าไว้ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตไปจนถึงมือผู้บริโภค

2. ความหนาของขวดต้องมีความเหมาะสม

การออกแบบขวดบรรจุภัณฑ์โดยเน้นให้ความหนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่เหมาะสม เพื่อช่วยควบคุมและกำหนดความแข็งแรงของขวดพลาสติก (Strength) ของบรรจุภัณฑ์ และความทนทานของบรรจุภัณฑ์ในการปกป้องสินค้า

3. ลดน้ำหนักได้ โดยยังคงความแข็งแรงที่จำเป็น

การออกแบบบรรจุภัณฑ์โดยให้ความหนาขวดพลาสติกเท่ากันทุกจุด อาจทำให้กระบวนการผลิตใช้วัตถุดิบมากเกินความจำเป็น หรือเพิ่มค่าใช้จ่ายได้ ในทางกลับกันหากใช้วิธีลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ โดยออกแบบให้วัสดุอยู่ในตำแหน่งที่จำเป็น สามารถช่วยให้เกิด “Material Optimization” หรือกระบวนการปรับปรุงและบริหารจัดการการใช้วัสดุในกระบวนการผลิตหรือการออกแบบให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดหรือสูญเสียน้อยที่สุด  

4.  “บางกว่า” ไม่ได้แปลว่า “คุณภาพต่ำกว่า”

ประเด็นสำคัญสำหรับการเลือกบรรจุภัณฑ์สองใบ ซึ่งอาจมีน้ำหนักหรือความหนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกเฉลี่ยแตกต่างกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าใบที่หนากว่าจะมีคุณภาพดีกว่าเสมอไป เนื่องจากขึ้นอยู่กับการขึ้นรูป Blow Molding อุณหภูมิ และการออกแบบ Lightweight Packaging เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานจริง และหากมีการออกแบบที่เหมาะสมโดยเน้นความหนาตามจุดสำคัญ นอกจากจะช่วยปกป้องบรรจุภัณฑ์แล้ว ยังช่วยลดปัญหาความเสียหายและต้นทุนในอนาคต

5. การควบคุม Thickness Distribution จึงเป็นส่วนหนึ่งของ Quality Control

ในกระบวนการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์โดย Thickness Distribution เน้นควบคุมคุณภาพหรือ Quality Control ขวดพลาสติก ให้มีความสม่ำเสมอ มีความหนาขวดพลาสติกหรือขวดแก้วแต่ละจุดให้เป็นไปตามมาตรฐาน เนื่องจากมีความสำคัญในส่วนของการยืนยันถึงคุณภาพของกระบวนการออกแบบและการผลิต ดังนี้

  • เครื่องมือและเครื่องจักรที่ผลิตมีความเสถียร มีการทำงานเต็มประสิทธิภาพ
  • ป้องกันข้อผิดพลาดและตรวจวัดคุณภาพของบรรจุภัณฑ์หลังการผลิต ก่อนนำมาใช้บรรจุสินค้า

ประโยชน์ของการให้ความสำคัญต่อความหนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่อแบรนด์

การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความหนาขวดพลาสติกที่สอดคล้องกับหลัก Thickness Distribution หรือการกระจายความหนาอย่างเหมาะสม มีประโยชน์ในเชิงกลยุทธ์ทางการตลาดต่อเจ้าของแบรนด์หลายส่วนด้วยกัน เช่น

  1. Lightweight Packaging เป็นการลดการใช้เม็ดพลาสติกโดยไม่จำเป็นเพื่อเพิ่มความหนาทั้งขวดออกไป
  2. ลดค่าใช้จ่ายในด้านต้นทุนการจัดหาวัตถุดิบ การขึ้นรูป HDPE Blow Molding การจัดเก็บ การขนส่ง รวมถึงการลดของเสียหรือบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานในสายการผลิต
  3. สร้างมาตรฐานความน่าเชื่อถือของแบรนด์ เนื่องจากบรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรง ทนทาน Bottle Strength สามารถปกป้องผลิตภัณฑ์ให้คงคุณภาพ
  4. แนวคิดสนับสนุนความยั่งยืน เสริมภาพลักษณ์ในการสนับสนุนการใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณขยะ และยังช่วยลดกระบวนการปล่อยภาวะเรือนกระจก (Carbon Footprint) จากต้นทาง

สรุป: ใช้ Thickness Distribution ช่วยออกแบบบรรจุภัณฑ์ เพื่อคุณภาพสินค้าที่เหนือกว่า

ปัจจุบันแนวคิด Thickness Distribution มีความสำคัญต่อตลาดสินค้าทุกอุตสาหกรรม โดยเฉพาะต่อกระบวนการออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจไม่ได้ใช้เพื่อประหยัดต้นทุนของเจ้าของธุรกิจเท่านั้น แต่นับว่าเป็นหัวใจหลักสำคัญของการสร้าง Bottle Strength มีมาตรฐาน ปกป้องสินค้าได้ และการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ภายใต้หลักการการกระจายความหนาได้อย่างสมดุล ลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ เพื่อประโยชน์ต่อประสบการณ์ที่ดีของผู้บริโภคในแง่ของฟังก์ชันการใช้งาน ราคา และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สร้างโอกาสที่ดีต่อการสร้างแบรนด์สู่การเติบโตระดับสากล

กลับไป
LINE
EMAIL
TEL
FACEBOOK
error: Content is protected !!