• Knowledge
  • 7 ปัญหาที่ธุรกิจอาจต้องเจอ หากเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน

7 ปัญหาที่ธุรกิจอาจต้องเจอ หากเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน

การเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกของเจ้าของธุรกิจไม่ควรโฟกัสแค่เรื่องราคาและจำนวนการผลิตเท่านั้น เนื่องจากในความเป็นจริงยังต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาต่าง ๆ ที่จะตามมาในภายหลังทันทีที่ตัดสินใจเลือกโรงงานผลิตขวดพลาสติกผิดพลาด ขาดมาตรฐานตามหลักต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบรรจุภัณฑ์เสียเปล่า ต้นทุน ภาพลักษณ์ของแบรนด์รวมไปถึงโอกาสทางธุรกิจที่เสียไป โดยปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้หากเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานเข้ามาเป็นองค์ประกอบหลักของธุรกิจมีดังนี้

ปัญหาที่ 1: บรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติกไม่ตรงสเปก ไม่ตรงตามที่ต้องการ 

ความเสียหายจากการเลือกใช้บริการโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ไม่ได้มาตรฐาน สร้างความเสียหายต่อแบรนด์ทั้งในส่วนของต้นทุนที่เสียไปหรือ Cost of Poor Quality เวลา และความไว้วางใจจากลูกค้า เมื่อปัญหาขวดพลาสติกไม่ตรงสเปกตามคำสั่งซื้อไม่ว่าจะเป็นขนาด น้ำหนัก ความหนา รูปทรงและรายละเอียดอื่น ๆ ซึ่งส่งต่อปัญหาที่ตามมาต่อเนื่อง

  • มีขนาดปริมาตรไม่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์
  • การติดฉลากสินค้าและการบรรจุสินค้ายากขึ้น
  • ใช้เวลาในการปรับกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด
  • เสียเวลาในการคัดแยกบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากล็อก
  • เพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนของการแก้ไข การเคลมสินค้า รวมถึงค่าขนส่งซ้ำซ้อน

อย่างไรก็ตามปัญหาขวดพลาสติกไม่ตรงสเปกที่เกิดขึ้นแม้ว่าจะเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่หากเกิดข้อผิดพลาดจำนวนมาก ผลกระทบที่ตามมาอาจจะเพิ่มมูลค่าสูงกว่าการได้รับบรรจุภัณฑ์ที่ตรงตามสเปกตั้งแต่แรก

ปัญหาที่ 2: สีหรือความใสของบรรจุภัณฑ์ไม่สม่ำเสมอ

เมื่อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจากโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีสีไม่ได้มาตรฐาน หรือไม่สม่ำเสมอ นำไปสู่ความสูญเสียอย่างหนัก เนื่องจากเฉดสีมีความสำคัญต่อการการันตีคุณภาพบรรจุภัณฑ์ การสร้างเอกลักษณ์เฉพาะสู่ภาพจำต่อลูกค้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นผลิตภัณฑ์ ดังนั้นเมื่อกระปุกหรือขวดมีความใสหรือสี รวมถึงลักษณะของเนื้อพลาสติกไม่สม่ำเสมอเพียงเล็กน้อย อาจทำให้ลูกค้าเกิดความสับสน เพราะมองว่าสินค้ามีความแตกต่างกัน  แม้จะเป็นชนิดเดียวกันก็ตามซึ่งปัญหาเฉดสียังผลกระทบที่ตามมามากมาย เช่น

  • แบรนด์ต้องเพิ่มต้นทุนในการผลิตเพื่อให้ได้สีที่เหมือนกัน
  • แบรนด์ต้องเสียเวลาในการหาโรงงานผลิตขวดพลาสติกใหม่เพื่อใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์
  • มีต้นทุนในการเพิ่มช่องทางโปรโมทสินค้าเพิ่ม เพื่อทำความเข้าใจต่อลูกค้าใหม่ว่า สินค้าเป็นสินค้าประเภทไหน

ปัญหาที่ 3: ขนาดและรูปทรงบรรจุภัณฑ์คลาดเคลื่อน

ปัญหาที่เกิดจากโรงงานผลิตขวดพลาสติกและกระปุกมีขนาดและรูปทรงที่คลาดเคลื่อน ทำให้เกิดปัญหาขวดพลาสติกหนักใจต่อเจ้าของธุรกิจมากกว่าที่คิด เช่น

  • มีปัญหาในการบรรจุลงกล่องเพื่อการจัดเก็บและขนส่ง
  • เสียโอกาสทางการตลาดเนื่องจากฝาขวดและขนาดคอขวดไม่มีขนาดไม่ตรงกัน
  • ขนาดและรูปทรงของบรรจุภัณฑ์ไม่สะดวกต่อการพกพา หรือตอบโจทย์ต่อการใช้งาน ทำให้สินค้าไม่ดึงดูดความสนใจ
  • รูปทรงของบรรจุภัณฑ์มีความคลาดเคลื่อนจากมาตรฐาน ทำให้การเข้าเครื่องจักรเพื่อบรรจุผลิตภัณฑ์ล่าช้า หรือติดฉลากยาก

ปัญหาที่ 4: ปัญหาบรรจุภัณฑ์ฝาปิดไม่สนิท หรือระบบปิดไม่สมบูรณ์

ปัญหาบรรจุภัณฑ์เรื่อง “ขวดดี แต่ฝาไม่ดี” ไม่สามารถปล่อยผ่านได้ เพราะทันทีที่ฝาหรือระบบปิดไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดปัญหาฝาขวดปิดไม่สนิท ระบบปิดไม่สมบูรณ์ ถึงแม้บางครั้งสามารถบรรจุผลิตภัณฑ์ลงไปในบรรจุภัณฑ์และปิดผนึกฝาได้ แต่ความไม่สมบูรณ์ของฝายังคงมีโอกาสสร้างความเสียหายต่อผลิตภัณฑ์ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์กลุ่ม อาหาร เครื่องดื่ม ยา ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม รวมถึงเวชสำอางโดยตรง ซึ่งมีผลต่อคุณภาพของสินค้า การจัดเก็บสินค้า และการจัดจำหน่าย

ยกตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์ขวดพลาสติกรั่วโดยเฉพาะสินค้ากลุ่มของเหลว เกิดจากผนึกไม่สามารถปิดสนิทได้ ผลของปัญหาฝาขวดปิดไม่สนิทที่ตามมาคือสร้างความเสียหายมูลค่าสูง ในระหว่างขนส่ง การจัดเก็บ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นของเหลว เป็นต้น

ปัญหาที่ 5: ได้สินค้าไม่ทันตามกำหนด

เมื่อโรงงานผลิตขวดพลาสติกไม่ได้มาตรฐานตามที่กำหนด เจ้าของแบรนด์เตรียมตัวรับมือกับปัญหาเรื่องของเวลาที่ตามมาทันที เนื่องจากโรงงานบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานเป็นปัญหาที่มีผลกระทบทั้งระบบ ตั้งแต่การบรรจุสินค้า การผลิต การติดฉลาก การจัดส่ง จนถึงกำหนดการวางจำหน่ายสินค้า ซึ่งทำให้ต้องเลื่อนออกไป จนเกิดความเสียหายต่อแบรนด์อย่างมากไปโดยปริยาย

ยกตัวอย่างเช่น “สินค้าที่มีโปรโมชัน (Promotion Product)หรือแคมเปญ (Campaign Product) ซึ่งจะมีกำหนดการวางจำหน่ายสู่ตลาดชัดเจน เมื่อบรรจุภัณฑ์ไม่พร้อมตามกำหนดการ สิ่งที่ตามมาคือต้องเลื่อนกำหนดการเดิมทั้งหมด ส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อเจ้าของธุรกิจในส่วนของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ตามมา รวมถึงความรู้สึกของลูกค้าที่รอสินค้าในช่วงเวลานั้น ๆ จนเกิดประเด็นขาดความเชื่อมั่นในแบรนด์ได้“

ปัญหาที่ 6: การตรวจสอบคุณภาพบรรจุภัณฑ์ (Quality Control) ไม่ละเอียดพอ

เมื่อตัดสินใจใช้บริการโรงงานผลิตขวดพลาสติกแล้ว และพบว่าโรงงานบรรจุภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐานมีปัญหาตรวจสอบคุณภาพบรรจุภัณฑ์ (QC) ไม่ได้มาตรฐาน ไม่มีความละเอียด หรือไม่มี QC บรรจุภัณฑ์ หรือการทดสอบการใช้งานจริงก่อนส่งมอบบรรจุภัณฑ์สู่แบรนด์ นำไปสู่ความผิดปกติต่อบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับได้ ทั้งนี้หากปล่อยให้คลาดสายตา จนหลุดไปสู่ขั้นตอนการวางจำหน่าย ผลกระทบต่อที่ตามมาคือเกิดความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในคุณภาพของแบรนด์ต่อลูกค้าทันที เช่น บรรจุภัณฑ์รั่ว ฉีกขาดง่าย ไม่สะดวกต่อการใช้งาน รวมถึงแบรนด์ต้องเสียเวลาและจ้างงานเพิ่มในการตรวจเช็กบรรจุภัณฑ์เพื่อคัดแยก เป็นต้น

ปัญหาที่ 7: ต้องเสียเวลาแก้งานและผลิตใหม่

เมื่อเกิดปัญหาบรรจุภัณฑ์สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องเสียไปไม่ได้มีแค่ต้นทุนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัจจัยต่าง ๆ อีกมากมาย ทั้งในส่วนของ เวลา ค่าแรง ค่าขนส่ง ค่าเสียโอกาส รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผลิตใหม่ หรือการแก้ไข โดยเฉพาะในกรณีที่ปัญหาขวดพลาสติกรั่วเกิดขึ้นหลังจากสินค้าถูกวางจำหน่ายในตลาดไปแล้ว การดำเนินการต่าง ๆ เพื่อแก้ไขอาจมีต้นทุน Cost of Poor Quality สูงหลายเท่า ส่งผลกระทบต่อกำไรที่แบรนด์ได้รับน้อยลง หรือไม่สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ในปริมาณมากได้อย่างคุ้มค่าได้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รวมคำถามต่าง ๆ เกี่ยวกับโรงงานผลิตขวดพลาสติกที่น่าสนใจและมีประโยชน์ต่อเจ้าของธุรกิจ

 Q 1 : วิธีเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์อย่างไรให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจ

 A : วิธีเลือกโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ดี ตอบโจทย์ต่อธุรกิจ และให้สอดคล้องต่อการผลิต ไม่ก่อให้เกิด 7 ปัญหาบรรจุภัณฑ์ตามมา ในภายหลังเพื่อความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว ซึ่งทางแสงรุ่งกรุ๊ป มีข้อมูลน่าสนใจเพื่อเป็นแนวทางต่อเจ้าของธุรกิจตัดสินใจเลือกพาร์ทเนอร์อย่างแม่นยำ คุ้มค่าในการร่วมงานกันระยะยาว

  1. รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

รีวิวจากผู้ใช้งานโรงงานผลิตขวดพลาสติกมาตรฐานจริงมีข้อได้เปรียบคือ สร้างความเชื่อมั่นให้เจ้าของแบรนด์สูง เนื่องจากผู้ใช้งานจริงบอกต่อ และการันตีว่าหากใช้บริการจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพสูงแน่นอน

  1. มีมาตรฐานการผลิต (Manufacturing Standards)

ระบบการดำเนินการของโรงงานผลิตขวดพลาสติกมาตรฐานใช้เกณฑ์ในการควบคุมกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนมาตรฐานตามกฎ ข้อบังคับและกฎหมายของไทย และหลักสากล เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ รวมถึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ยกตัวอย่างมาตรฐานที่โรงงานต้องมี เช่น

2.1. ISO 9001:2015 by SGS

มาตรฐานการรับรองระบบการจัดการคุณภาพบรรจุภัณฑ์ ด้านการจัดหาวัตถุดิบ การผลิต การควบคุมผลิตภัณฑ์ และการบริการให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า เพื่อทำให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ

2.2. Food Grade

มาตรฐานที่รับรองว่าผลิตภัณฑ์ได้มาตรฐาน สามารถนำไปใช้สำหรับบรรจุอาหาร เครื่องดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ได้ โดยไม่ส่งผลกระทบหรือมีผลเสียต่อร่างกายในการอุปโภคและบริโภค และคงรสชาติเดิมของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ

2.3. UN Standard

มาตรฐานความปลอดภัยจากสหประชาชาติสำหรับบรรจุภัณฑ์ที่ใช้บรรจุสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการขนส่งทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ

  1. ความน่าเชื่อถือของโรงงาน (Factory Reliability)

โรงงานผลิตขวดพลาสติกที่มีความน่าเชื่อถือจะต้องมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ Supplier บรรจุภัณฑ์มีระบบการผลิตที่ได้มาตรฐานตั้งแต่กระบวนการให้คำปรึกษา แนะนำ การออกแบบ การใช้วัสดุที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ กำลังการผลิต การตรวจสอบคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ และความตรงเวลาในการส่งมอบบรรจุภัณฑ์ โดยทุกขั้นตอนต้องดำเนินการไปอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องไม่มีหยุดชะงัก ภายใต้มาตรฐานและความปลอดภัยตามการรับรองจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศและสากล

  1. มีบริการครบวงจร (One-Stop-Service)

โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ดีและตอบโจทย์เจ้าของกิจการมากที่สุด โดยไม่สร้างปัญหาบรรจุภัณฑ์คือ การให้บริการแบบครบ จบในที่เดียว อย่างเช่น บริษัท แสงรุ่งกรุ๊ป จำกัด ซึ่งดำเนินการมานานกว่า 50 ปี พร้อมทั้งมีทีมงานคุณภาพระดับผู้เชี่ยวชาญที่สามารถดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางในการสร้างแบรนด์ดิ้ง ออกแบบ QA โรงงานพลาสติก พิมพ์หรือติดฉลาก รวมถึงจัดส่ง ทำให้เจ้าของกิจการลดความยุ่งยากในการประสานงาน ลดปัญหาบรรจุภัณฑ์ไม่ตรงสเปก และสามารถโฟกัสกับธุรกิจได้เต็มที่

  1. ราคาคุ้มค่า

เจ้าของแบรนด์จำเป็นต้องพิจารณาโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่มีราคาคุ้มค่ามากที่สุด พร้อมระบบ QA โรงงานพลาสติกการประกันคุณภาพ เพื่อป้องกันความผิดพลาด บรรจุภัณฑ์ไม่ตรงสเปกโดยใช้ข้อมูลต่าง ๆ ประกอบดังนี้

  1. ความเสถียรของสินค้าที่ได้รับจากโรงงานมีความสม่ำเสมอ
  2. คุณภาพของบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับมีราคาต่อหน่วยสมเหตุสมผล
  3. ชิ้นงานที่ตีเป็นของเสีย (Defect Rate) เนื่องจากไม่ผ่านมาตรฐานคุณภาพมีเปอร์เซ็นต์สูงแค่ไหน

Q 2.: โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกสามารถผลิตบรรจุภัณฑ์แบบไหนได้บ้าง

 A : โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ได้มาตรฐานสามารถผลิตบรรจุภัณฑ์ขวดพลาสติก แกลลอนพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์ตามความต้องการของแบรนด์นั้น ๆ ได้ โดยมีพลาสติกกลุ่ม PET, HDPE, PP, PT, PA, rPET และ rHDPE เป็นต้น

Q 3.: ทำไมต้องพิจารณาโรงงานผลิตควรมีกำลังการผลิต (Production Capacity) ที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของแบรนด์เป็นหลัก

A : 1. เตรียมการสต็อกสินค้าให้เพียงพอต่อแผนการตลาดในการจัดจำหน่าย การทำแคมเปญต่าง ๆ

      2.  การพิจารณา Supplier บรรจุภัณฑ์เพื่อนำไปใช้คาดการณ์ในการผลิตสินค้าต่อเดือน รวมถึงช่วงที่สินค้าได้รับความนิยมสูงสุดหรือช่วงอิ่มตัว

     3. ประเมินศักยภาพการผลิตของโรงงานผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกมีเครื่องจักรที่ได้คุณภาพ ได้มาตรฐาน และมีจำนวนไลน์ผลิตตามกำหนดการหรือไม่

Q4. : โรงงานที่ดีควรมีความยืดหยุ่น (Flexibility) ในด้านใดบ้าง

A: โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ดีควรมีความยืดหยุ่นในด้านการผลิตทั้งจำนวน และบริการรับสั่งผลิตตามความต้องการของแบรนด์ เพื่อเปิดให้เจ้าของธุรกิจทุกประเภทมีโอกาสทำธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เช่น

  1. จำนวนคำสั่งซื้อขั้นต่ำ (Minimum Order Quantity หรือ MOQ) เท่าไหร่
  2. ระยะเวลาในการผลิต (Lead Time) และการจัดส่งสินค้าแต่ละครั้งใช้เวลารอคอยนานแค่ไหน

สรุป: จบปัญหาบรรจุภัณฑ์ง่าย ๆ ด้วยการเลือกใช้บริการโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน

สรุป โรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างแบรนด์สู่ตลาด ทำให้เจ้าของธุรกิจต้องเลือกโรงงานผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกได้มาตรฐานจริง ทุกกระบวนการผลิตรวมถึงการตรวจสอบคุณภาพ หรือ QC บรรจุภัณฑ์ ตามมาตรฐานที่กำหนดทั้งในประเทศและสากล  อย่างเช่น แสงรุ่งกรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 50 ปี และมีมาตรฐานระดับสากล ช่วยลดปัญหาของผลิตภัณฑ์ นำไปสู่โอกาสทางการตลาดทั้งในประเทศและระดับสากลอย่างยั่งยืนระยะยาว

Back
LINE
EMAIL
TEL
FACEBOOK
error: Content is protected !!